วันพฤหัสบดีที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

10 อันดับ ประเทศที่เลี้ยงน้องหมามากที่สุดในโลกในปี 2013-2014


เมื่อ 2 ปีที่แล้ว Dogilike.com (ด็อกไอไลค์ดอทคอม) ได้พูดถึงการจัดอันดับประเทศที่เลี้ยงน้องหมาไว้ที่บทความ
10 อันดับประเทศที่เลี้ยงน้องหมามากที่สุดในโลก โดยหนึ่งในนั้นมีประเทศไทยติดอันดับกับเขาด้วย
โดยในปีนี้พริกจะมาอัพเดทการจัดอันดับประเทศที่เลี้ยงน้องหมามากที่สุดในโลกซึ่งมีที่มาจากเว็บไซต์ข่าวออนไลน์ Global Post
ของประเทศสหรัฐอเมริกาที่ได้รับการนำมาเผยแพร่ต่อๆ ไปยังสำนักข่าวอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือพิมพ์ The Times Sherald
หนังสือพิมพ์ Denver Post และหนังสือพิมพ์ Sentinel and Enterprise ประเทศสหรัฐอเมริกา
มาดูกันค่ะว่าเกือบ 2 ปีที่ผ่านมามีประเทศใดติดอันดับกันบ้าง แล้วประเทศไทยจะยังติดอันดับอยู่หรือไม่ค่ะ
เครดิต : http://www.bloggang.com/

แหล่งที่มา :
10. ประเทศไทย - 6.9 ล้านตัว

หลังจากก่อนหน้านี้ประเทศไทยคว้าอันดับ 9 มาครอง ด้วยจำนวนประชากรน้องหมาประมาณ 7 ล้านกว่าตัว แต่ในช่วงเวลาเกือบ 2 ปีที่ผ่านมาจำนวนประชากรน้องหมาลดลงมาเล็กน้อย ส่วนหนึ่งเป็นผลการนโยบายการทำหมันของกรมปศุสัตว์ที่ทำให้ผู้เลือกทำหมันน้องหมากันมากขึ้น ส่วนอีกสาเหตุอาจเป็นเพราะประชาชนย้ายเข้ามาอยู่ในเมืองกันมากขึ้น อาศัยอยู่ในคอนโด อพาร์ตเม้นท์ ซึ่งไม่อนุญาตให้มีสัตว์เลี้ยงนั่นเองค่ะ
9. ประเทศโปแลนด์ - 7.52 ล้านตัว

โปแลนด์ประเทศซึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งของประเทศรัสเซีย มีประวัติศาสตร์ทางการเมือง การทหารที่เข้มข้น ได้กระเถิบขึ้นมาอยู่อันดับที่ 9 แซงหน้าพี่ไทยไปอย่างฉิวเฉียด น่าสนใจตรงที่โปแลนด์เป็นประแถบที่อยู่ทางยุโรปตะวันออก เช่นเดียวกับประเทศโรมาเนีย ซึ่งขณะนี้อัตราการเกิดน้องหมาเพิ่มมากขึ้นจนน่าตกใจ โดยเฉพาะในเมืองหลวง ประเทศโรมาเนียมีสุนัขจรจัดถึง 64,000 ตัว ยังไม่นับการขยายจำนวนของน้องหมาที่ประชาชนเลี้ยงอีกนะคะ ด้วยเหตุนี้จึงได้มีการร่างกฎหมายทำการุณยฆาตสุนัขเร่ร่อน น่าสงสารมากๆ เลยค่ะ
8. ประเทศอิตาลี - 7.6 ล้านตัว

อิตาลีถิ่นนักรบโบราณ และ ศิลปินซึ่งมีความผูกพันกับน้องหมามาหลายร้อยปี มีภาพวาดเก่าแก่มากมายที่มีรูปน้องหมาปรากฏกายอยู่ไม่ว่าจะเป็นราชนิกุล นักรบ พ่อค้า ชาวไร่ชาวนา ไม่เว้นแม้แต่จิตรกร น้องหมาในประเทศอิตาลีจึงเป็นทั้งเพื่อนร่วมชีวิต เพื่อนร่วมงาน และเป็นทรัพย์สินประดับกาย ประชาชนเลือกที่จะอยู่เป็นโสด เลี้ยงน้องหมามากกว่ามีครอบครัว จึงไม่น่าแปลกใจที่มีการเพิ่มจำนวนน้องหมามากขึ้นเรื่อยๆ ในประเทศอิตาลีค่ะ
7. ประเทศฝรั่งเศส - 8.1 ล้านตัว

ครองอันดับที่ 7 อีกสมัยนะคะสำหรับประเทศฝรั่งเศสเมืองน้ำหอม แฟชั่นล้ำสมัย ถึงแม้จำนวนของหมาจะลดลงบ้างเล็กน้อยแต่ก็แทบจะไม่ต่างกับปีก่อนๆ ยังคงอยู่ที่ประมาณ 8 ล้านตัว ถือได้ว่าป็นประเทศมีสถิติความสม่ำเสมอมากที่สุดประเทศหนึ่งเลยล่ะค่ะ
6. ประเทศแอฟริกาใต้ - 9.1 ล้านตัว

จากอันดับ 10 ขึ้นมาเกือบครึ่งทางของประชากรน้องหมาที่มีคนเลี้ยงในประเทศแอฟริกาใต้ โดยมีจำนวนน้องหมาเพิ่มมากขึ้นกว่า 2 ล้านตัว ซึ่งเหตุผลในการเพิ่มประชากรของประเทศแอฟริกาใต้ก็มีหลายเหตุผล ไม่ว่าจะเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่ มีประชากรเพิ่มขึ้น หลายพื้นที่ในเขตชนบทอาจยังไม่มีความรู้ในการคุมการกำเนิด ของน้องหมามากพอ นอกจากนี้ยังมีการโยกย้ายเข้ามาอาศัยอยู่ของชาวตะวันตก โดยเฉพาะคนอังกฤษเพิ่มมากขึ้น แล้วแน่นอนค่ะว่า คนชาติอังกฤษที่เข้ามาได้นำค่านิยม การเลี้ยงน้องหมาเข้ามาในประเทศนี้ให้เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย
5. ประเทศรัสเซีย - 9.6 ล้านตัว

ถึงแม้อันดับของประชากรน้องหมาที่ประเทศรัสเซียเลี้ยงจะขึ้นมาอีกอันดับ แต่กลับผกผันกับจำนวนประชากรน้องหมาที่ลดลงกว่า 2 ล้านตัว อย่างไรก็ตาม จำนวนน้องหมาเร่ร่อนและ น้องหมาที่ถูกทอดทิ้งกลับมีจำนวนมากสามารถพบเห็นได้รถรางไฟฟ้า รถประจำทาง รถไฟใต้ดินซึ่งน้องหมาเรร่อนแสนฉลาด แฝงกายเข้าไปอิงอาศัยหลบหนาว โชคดีที่คนรัสเซียเห็นใจน้องหมา มีเมตตา ไม่ทำร้ายพวกเขาค่ะ
4. ประเทศญี่ปุ่น- 9.65 ล้านตัว

ประเทศผู้นำแฟชั่นน้องหมาแห่งเอเชียอย่างญี่ปุ่นก็ไม่น้อยหน้าใครขึ้นอันดับจากที่ 5 มาเป็นอันดับที่ 4 แต่หากเปรียบเทียบจำนวนประชากรน้องหมากลับน้อยลงกว่าเดิมถึงเกือบ 3,000,000 ตัว ปัจจัยส่วนใหญ่ ที่ทำให้จำนวนลดลงสามารถมาจากที่อยู่อาศัยมีพื้นที่จำกัดมากขึ้นในเมือง ค่าครองชีพในการเลี้ยงน้องหมา ความรับผิดชอบ มาตรฐานคุณภาพการเลี้ยงน้องหมาค่อนข้างสูง รวมไปถึงนโยบายการคุมกำเนิดน้องหมาค่ะ
3. ประเทศจีน- 22.9 ล้านตัว

ยังคงอันดับที่ 3 เช่นเดิมค่ะ สำหรับประเทศจีน แต่ประชากรน้องหมาลดลงไปกว่า 4 ล้านตัว ไม่แน่ใจว่าหายไปเพราะเทศกาลกินน้องหมาในช่วงเกือบๆ 2 ปีหรือเปล่า หรือมีการส่งออกให้แก่ประเทศใกล้เคียงอย่างประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งไม่ค่อยจะมีน้องหมาจรจัด หรือการเลี้ยงน้องหมาสักเท่าไหร่ นอกจากนี้ทางประเทศจีนมีกฏหมายที่หนักหน่วง ข้อห้ามที่เข้มงวดสำหรับคนที่เลี้ยงน้องหมา ถ้าผิดกฏน้องหมาอาจถูกสังหารได้ ดังนั้นการจะตัดสินใจเลี้ยงน้องหมาสักตัวต้องคิดนานขึ้นเลยล่ะค่ะ
2. ประเทศบราซิล - 30.1 ล้านตัว

ประเทศบราซิลยังคงรั้งอันดับเดิมไว้ได้ แม้จะมีประชากรน้องหมาที่เลี้ยงในประเทศลดลงไปบ้างประมาณ 1 ล้านตัว ก็ตาม ประเทศบราซิลเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่ประชากรมีจำนวนมาก ผู้คนอารมณ์ดี วัฒนธรรมหลากหลายจึงไม่น่าแปลกใจค่ะ ที่คนบราซิลจะชอบเลี้ยงน้องหมา ก็พวกเขาเป็นเหมือนดั่งสีสันของชีวิต ช่วยให้ชีวิตมีกิจกรรมทำไม่น่าเบื่อหน่าย สนุกสนานมีชีวิตชีวาค่ะ
1. ประเทศสหรัฐอเมริกา- 61.1 ล้านตัว

ถูกต้องแล้วค่ะ ที่ 1 ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่ยังคงเป็นประเทศมหาอำนาจของโลก สหรัฐอเมริกานั่นเอง เนื่องจากเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่ มีประชากรอยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก อีกทั้งเป็นผู้นำแฟชั่นการเลี้ยงน้องหมา การฝึกน้องหมาแบบครบวงจร คนอเมริกันให้เกียรติน้องหมามากเทียบเท่ากับสมาชิกหนึ่งในครอบครัว ซึ่งเทรนการเลี้ยงนี้เองที่ส่งผลให้ธุรกิจการเลี้ยงน้องหมาเจริญเติบโตขึ้น และเป็นจุดเริ่มต้นค่านิยมการเลี้ยงให้กับอีกหลายๆ ประเทศรวมทั้งประเทศไทยค่ะ
**หมายเหตุ

ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง Toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ Toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก Toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.Toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป
10 อันดับแนะนำ
10 อันดับไอเท็มBreakfastสุดเจ๋ง 10 อันดับ หนังสือที่ไม่มีอยู่บนโลกนี้จะดีซะกว่า! 10 More Controversies Of The Future 10 Surprising Similarities We Have With Prehistoric People 10 อันดับ นางแบบวาบหวิว หุ่นสะบึมใจชาย 10 วิธีชมคนที่คิดว่าตัวเอง ... สวย!! (อย่างฮา) 10 อันดับน้ำอัดลมที่คนไทยชอบทาน 10 อันดับสิ่งที่ขึ้นหน้าขึ้นตาของไทยในจีน 10 อันดับ ประเทศที่เลี้ยงน้องหมามากที่สุดในโลกในปี 2013 10 อันดับสัตว์ที่ทำงานหนักที่สุดในโลก 10 อันดับวิธีหึงอย่างมีชั้นเชิง 10 Ways The US Screwed Over Latin America
ร่วมแสดงความคิดเห็น



วันจันทร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

พันธุ์สุนัขที่ดุที่สุดในโลก ?


สำหรับคนรักสุนัข มาดูกันว่าสุนัขที่ท่านเลี้ยงติดอันดับ สุนัขที่ดุที่สุดในโลก หรือเปล่า ?

1.อเมริกัน พิทบูล เทอร์เรีย (American Pitbull Terrier)
           สุนัขพันธุ์ อเมริกัน  พิทบูล  เทอร์เรีย เป็นสุนัขพันธุ์ที่ดุที่สุดในโลก พิทบูล เทอร์เรีย เคยมีข่าวฟ้องร้องกันหลายรอบ จนเป็นคดีความ ถึงขนาดที่ประเทศอังกฤษแบบไม่ให้มีการเลี้ยงกัน  ทั้งพิทบูล เทอร์เรีย ยังเคยมีข่าวกันคนตายมาแล้วมากมาย เห็นเจ้าพิทบูล ดุแบบนี้ แต่เขาก็รักเจ้าของยิ่งชีพ นะจ๊ะ

พิทบูล เทอร์เรีย ดุที่สุด




ข่าวพิทบูล กัดคนตาย




2. ทิเบตัน มาสทิสส์ (Tibetan Mastiff)

        ทิเบตัน มาสทิสส์ เป็นสุนัขสายพันธุ์โบราณ ภาษาท้องเรียกว่าถิ่นว่า Do-khyi  แปลว่า สุนัขที่ต้องถูกผูกไว้ (tied dog) เนื่องจากเขามีนิสัยที่หวงถิ่นฐาน และดุร้าย เพื่อความปลอดภัยจึงต้องผูกไว้ ทิเบตันเป็น  1 ในสายพันธุ์สุนัขที่ดุร้ายที่สุดในโลก สายพันธุ์หนึ่ง โดยชาวธิเบต กล่าวว่าพวกมัน ดุร้าย กล้าหาญ และแข็งแกร่งจนสามารถต่อสู้กับหมี หรือ เสือ ที่บุกเขามากินฝูงสัตว์ที่มันดูแลได้ทีเดียว  ว่าไปหน้าตาเจ้าทิเบตัน ก็หน้ากลัวอยู่เหมือนกันนะ

ทิเบตัน สุนัขพันธุ์ดุ อันดับ 2
ทิเบตัน ตอนเด็ก น่ารักจัง


3. ฟิล่า บราซิลเลียโร่ (Fila Brasileiro)
    
          สุนัขพันธุ์ "ฟิล่า บราซิลเลียโร่" สุนัขล่าเนื้อที่เอาเข้ามาเลี้ยงตามบ้าน เป็นสุนัขพันธุ์ดุที่สุดในโลก โดยมีสายพันธุ์ดั้งเดิมเป็นสุนัข พื้นเมืองของบราซิล ที่เลี้ยงในไร่ขนาดใหญ่เพื่อขับไล่เสือหรือหมี

ฟิล่า บราซิลเลียโล่ สุนัขดุอันดับ 3


4. ร็อตไวเลอร์ (Rottweiler)
สุนัขพันธุ์ "ร๊อตไวเลอร์" จองพื้นที่หน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์บ้านเราอยู่เป็นระยะๆ ด้วยนิสัยดุ กัดแหลกของมันทำให้ล่าสุดถึงกับ มีการสร้างหนังชื่อ ร็อดไวเลอร์ โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับความร้ายกาจของสุนัขพันธุ์นี้

ร็อตไวเลอร์ สุนัขพันธุ์ดุอันดับ 4


       
   ร็อทไวเลอร์ สายพันธุ์ที่มาจากประเทศเยอรมนี ถือว่าเป็น ร็อตไวเลอร์ ที่ดุร้ายและก้าวร้าวที่สุด เนื่องจากธรรมชาติและเป้าหมายของการเพาะเลี้ยงในประเทศนี้มักใช้งาน "ร็อตไวเลอร์" ในการคุ้มกันบุคคล-อารักขาอาณาบริเวณ การคัดเลือกสายพันธุ์ รวมถึงการฝึกจึงเน้นลักษณะการใช้งานเป็นหลัก สุนัขทุกตัวจึงต้องผ่านการตรวจจิตประสาท ก่อนจะนำไปขึ้นทะเบียนด้วย

          ที่สำคัญ สุนัข ร็อทไวเลอร์ จะต้องมีขนสีดำสนิทตลอดทั้งตัว โดยอาจจะมีมาร์คกิ้งสีสนิมหรือสีมะฮ็อกกานี มาร์คกิ้งที่ว่าอาจจะอยู่เหนือตาแต่ละข้างบริเวณแก้ม เป็นแถบอยู่ด้านข้างของปาก เป็นต้น



5. บางแก้ว (Bangkaew)
       
             นิสัยของสุนัขบางแก้วนั้น จะมีนิสัยที่ร่าเริง ซุกซน อยากรู้อยากเห็น ดุ หวงของ หวงเจ้านาย ขี้อิจฉา ขี้อ้อน ประจบเก่ง เจ้าเล่ห์ การที่จะเลี้ยงสุนัขบางแก้วให้ได้ดีๆตัวหนึ่งนั้น จะต้องประกอบด้วย ผู้เลี้ยงที่ดีและสุนัขนั้นมีสายเลือดที่ดี ต้องมีทั้งสองส่วนประกอบกัน เมื่อเราคิดไตร่ตรองอย่างรอบคอบแล้วว่าเราต้องการจะเลี้ยงสุนัขบางแก้ว เราต้องเริ่มศึกษาถึงนิสัยและพฤติกรรมของเขาในแต่ละช่วงอายุ ต้องหาความรู้เรื่องวิธีเลี้ยงและต้องเลี้ยงอย่างถูกวิธี ประการสำคัญก็คือ  ความรัก ความรู้สึกดีๆกับสุนัขพันธุ์บางแก้ว  รู้จักวิธีการป้องกันไม่ให้เขาแสดงนิสัยที่ไม่ดี เขาก็เป็นสุนัขที่ไม่มีปัญหา และเป็นสุนัขที่น่ารักมากๆสำหรับเราและครอบครัว
บางแก้ว สุนัขพันธุ์ดุ อันดับ 5 


6. โดเบอร์แมน (Doberman)
           สุนัขพันธุ์ "โดเบอร์แมน" เคยได้รับความนิยมช่วงหนึ่งในไทย ก่อนการมาถึงของ พิทบูลและร็อดไวเลอร์ นิยมเลี้ยงไว้เฝ้ายาม จึงมีนิสัยดุพอสมควร ในยุโรปเป็นสุนัขพันธุ์หนึ่งที่ใช้ล่าเนื้อเพราะความปราดเปรียวของมัน ด้วยรูป ร่างสูงเพรียว ตัวโตเต็มที่เหมือนกวางตัวย่อมๆ ส่วนเรื่องความเร็วจัดได้ว่าเป็นนักวิ่งตัวหนึ่ง

โดเบอร์แมน สุนัขพันธุ์ดุ อันดับ 6


7. อัลเซเชี่ยน (Alsatian)

          สุนัขพันธุ์ "อัลเซเชี่ยน" ถือเป็นสุนัขที่ได้ชื่อว่าดุพอสมควร มีเขี้ยวเล็บแหลมคม แข็งแรงว่องไว เห่าเสียงดัง ขู่ก็น่ากลัว แต่ด้วยความฉลาด เรียนรู้เร็ว เชื่อฟังคำสั่งทำให้ อัลเซเซี่ยนดูจะดีกว่าสุนัขพันธุ์อื่นอยู่มาก รวมทั้งข่าวคราวในเรื่องเสียหายก็ไม่ ค่อยมี ดังนั้น ในวงการบันเทิงบทของ อัลเซเซี่ยน จึงเป็นสุนัขฉลาดแสนรู้ ซื่อสัตย์ ขนาดเป็นพระเอกก็ยังมี แถมยังมีฉากช่วยชีวิตคนอยู่บ่อยๆ (ในชีวิตจริงก็มีบ่อยๆ เหมือนกัน)
อัลเซเชี่ยน สุนัขพันธุ์ดุ อันดับ 7

  ขอบคุณที่มา :www.mthai.com
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
   ส่วนพันธุ์นี้ (ไซบีลิง) หน้า ดุอย่างเดียวแต่ ซนเป็นลิงเลย (คุณนายลำดวล)

ไซบีลิง ไซบีเลียน
นี่ไงไซบีลิง  (คุณนายลำดวล)


วันพฤหัสบดีที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2556

สุนัขยอดนิยม 2013

พันธุ์สุนัขยอดนิยม




อันดับสุนัขยอดนิยม 10 อันดับ ลองมาดูสิว่าสายพันธุ์สุนัขที่เพื่อนๆเลี้ยงอยู่ติดอันดับกันบ้างหรือเปล่า


น้องลำดวล ฮัสกี้   ตัวน้อยติดอันดับกับเขาด้วยน๊ะเนีย



อันดับ 1 ปอมเมอเรเนียน
ปอมเมอเรเนี่ยน เขามีถิ่นกำเนิดจากประเทศเยอรมนี เป็นสุนัขพันธุ์เล็ก  ขึ้นจากอันดับ ในปีก่อน ด้วยความเล็กกะทัดรัด ขนฟูดูสวยงาม ใบหน้าแหลมเล็ก หลายคนหลงใหลในความน่ารักของสุนัขพันธุ์นี้ ลักษณะโดยทั่วไป มีความสูงโดยเฉลี่ยไม่เกินฟุต หรือประมาณ 20 เซนติเมตร หัวกลม ใบหน้ามีส่วนคล้ายสุนัขจิ้งจอก ปากเรียวแหลม ส่วนหัวและใบหน้ามีขนสั้น ตากลมโตและโปนเล็กน้อย หูเล็กเป็นรูปสามเหลี่ยมตั้งตรงและชิดกัน จมูกดำกลม ขนยาวฟูฟ่องทั่วลำตัว ขนหางเป็นพวงโค้งเป็นวงกลมออกด้านข้าง นอกจากความเล็กน่ารักแล้ว ความฉลาด ซื่อตรงและร่าเริง ปฏิภาณไหวพริบดี และขี้ประจบของปอมเมอเรเนี่ยน ยังเป็นจุดเด่นที่ทำให้เจ้าของต่างหลงใหล แต่ขณะเดียวกันความเล็กของสุนัขพันธุ์นี้จึงมักมีผลต่อการขยายพันธุ์ที่ค่อน ข้างลำบาก ให้ลูกน้อย ราคาจำหน่าย ระดับเลี้ยงเล่น 8,000-20,000 บาท ระดับประกวด 20,000 บาท ขึ้นไป




โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ (Golden Retriever)
โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ มีถิ่นกำเนิดจากประเทศอังกฤษ เป็นสุนัขขนาดกลาง ตัวผู้สูงราว 23-24 นิ้ว หนักประมาณ 64-70 มีสีหลายระดับสี มักจะเป็นสีออกครีมถึงสีเหลืองทอง จนถึงกึ่งเข้มแดงมะฮอกกานี หูค่อนข้างใหญ่เป็นรูปสามเหลี่ยม ปรกลงมาด้านข้าง มีขน แบบ คือเรียบกับเป็นลอน ขาหน้าตรงแข็งแรง เท้ากลมคล้ายเท้าแมว ลักษณะหางชี้ตรงระดับเดียวกับหลัง ขนบริเวณหางจะยาวและหนา นอกจากความสวยของขนที่มันวาว สวยงาม ทำให้สุนัขพันธุ์นี้ได้รับความนิยมมาก โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ ยังได้รับสมญานามว่า "หมาใจดี" บ่อยครั้งที่ภาพความผูกพันระหว่างเจ้าตูบโกลเด้น กับเด็กๆ มักมีให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง นั่นเพราะมีลักษณะนิสัยเป็นมิตร และสุภาพเป็นเลิศ ใจดี ซื่อสัตย์ มีความสามารถพิเศษในการจดจำ ง่ายต่อการฝึกฝน กระฉับกระเฉง และคาบสิ่งของได้ดี ในอดีตจึงมักใช้งานเพื่อหานกที่ถูกยิงตกนำมาให้เจ้าของ โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ เคยเป็นสุนัขยอดนิยม มีผู้เข้าขอจดทะเบียนมากเป็นอันดับ ในปีก่อน ราคาจำหน่ายปัจจุบัน สุนัขระดับประกวด ประมาณ 15,000 บาท ขึ้นไป สุนัขเลี้ยงเล่น 6,000 - 15,000 บาท ระดับทั่วไป หรือสุนัขบ้าน เริ่มต้นที่ 3,000 บาท

 


ชิสุ (Shih Tsu)
ชิสุ มีถิ่นกำเนิดจากประเทศจีน ได้ชื่อว่า "สุนัขพันธุ์ราชสีห์" เพราะมีขนแผงคอเหมือนสิงโต อีกทั้งท่าทางการเดินหรือเคลื่อนไหวที่สง่างาม เดินตรงเชิดหน้าคอเหยียดและมีพวงหางขนยาวจะปกคลุมลงบนหลังชัดเจน ในอดีตจึงเป็นสุนัขที่เลี้ยงกันในราชสำนักของจักรพรรดิ สุนัขพันธุ์นี้ต้องการการแปรงขนทุกวัน ผู้เลี้ยงต้องมีเวลาในการแปรงขนอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง ลักษณะของชิสุที่ดี ควรมีลักษณะขนยาว ไม่ม้วนหยิก สีของขนเป็นสีผสมกันของสีดำ น้ำตาล ขาว มีสีขาวเป็นสี ลักษณะลำตัวของชิสุต้องมีความยาวของลำตัวมากกว่าความสูงเล็กน้อย อกใหญ่ ลึก หางจะต้องโค้งตั้งขึ้นมาบนหลัง ไม่ห้อยลง มีขนขึ้นเป็นพวงสวยงาม แม้ ชิสุ จะเป็นสุนัขขนาดเล็ก แต่ก็ได้ชื่อว่า "เล็กแต่อึด" หากมีสุขภาพดีจะเป็นสัตว์ที่มีความทรหดอดทนสูง มีความแข็งแรงดุจสุนัขใช้งาน แต่ข้อดีของสุนัขพันธุ์ชิสุที่สร้างเสน่ห์อย่างดีก็คือ ฉลาด เป็นมิตร มีเสน่ห์ ไม่ดุร้าย ไม่เจ้าอารมณ์ เหมาะสมกับบ้านทุกชนิด จากสิถิติที่ผ่านมา ชิสุ เป็นสุนัขพันธุ์เล็กที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เหตุอาจเพราะปัจจุบันผู้นิยมเลี้ยงสุนัขมีที่อยู่อาศัยที่เล็กลง ส่งผลให้สุนัขพันธุ์เล็กเพิ่มจำนวนมากขึ้นไปด้วย และด้วยการขยายพันธุ์ที่ง่ายกว่า ชิสุจึงมาแรงแซงสุนัขพันธุ์เล็กพันธุ์อื่น รวมถึงลักษณะขนและหน้าตาสร้างความเพลิดเพลินในการเลี้ยงดูของเจ้าของที่ชอบ แต่งตัวให้สุนัข แต่คงไม่เหมาะนักสำหรับเจ้าของที่ไม่มีเวลา ราคาจำหน่าย ระดับประกวด 15,000 บาท ขึ้นไป ระดับเลี้ยงเล่น 3,500-15,000 บาท ทั่วไป เริ่มต้นที่2,500 บาท
  
ปั๊ก (Pug)
สุนัขพันธุ์ตัวเล็กหน้าย่น มีถิ่นกำเนิดจากประเทศจีน มีประวัติยาวนานกว่า 2,500 ปี เป็นสุนัขที่นิยมมากของชาวพุทธในสมัยโบราณ ด้วยมีความเชื่อที่ว่า ปั๊ก เป็นสัตว์เลี้ยงมงคล เพราะลักษณะรอยย่นของใบหน้ามีความหมายตามความเชื่อที่ดี เป็นสิริมงคลต่อผู้เลี้ยง ปัจจุบันเป็นที่แพร่หลายทั่วโลก ปั๊ก เป็นสุนัขรักเด็ก ร่าเริง กระตือรือร้น สิ่งที่ผู้เลี้ยงต้องระวังไม่ให้อ้วนจนเกินไป อีกทั้งต้องดูแลเรื่องอากาศเนื่องจากเป็นสุนัขที่มีโพรงจมูกสั้น อาจมีปัญหาเรื่องการหายใจ ราคาจำหน่ายทั่วไปเริ่มต้นที่ 4,500 บาท ระดับประกวด 12,000 บาท ขึ้นไป
  

ไซบีเรียน ฮัสกี้ (Siberian Husky)
สุนัขลากเลื่อนที่มีท่วงท่าสง่างาม มีถิ่นกำเนิดจากเอเชียตอนเหนือ มีความอดทนแข็งแรงดีเลิศ อดีตเป็นสุนัขใช้งานลากเลื่อนในเมืองหนาว นับเป็นสัตว์ที่ปรับตัวเก่ง ใจดี ไม่ก้าวร้าว ไซบีเรียน ฮัสกี้ เป็นสุนัขที่มีขนสองชั้น สีพื้นเป็นสีน้ำตาล ดำ เทา แต่ใบหน้าต้องมีสีขาวเท่านั้น ขอบตาเป็นสีดำ คล้ายกับสุนัขจิ้งจอก ต้องการออกกำลังกายเป็นหลัก จุดเด่นของสุนัขพันธุ์นี้คือ มีความอดทนสูงมาก ทำงานได้ดังหุ่นยนต์ รักเจ้านาย ครอบครัว หรือแม้แต่สุนัขด้วยกันเอง สามารถปรับตัวให้เข้าได้กับสภาพอากาศ วิ่งเร็วมาก สามารถเป็นสุนัขเฝ้ายามที่ดี แต่มักทำตัวเป็นจ่าฝูง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้เลี้ยงที่มีความกระฉับกระเฉง ราคาจำหน่าย ระดับเลี้ยงเล่นทั่วไป ประมาณ 8,000-15,000 บาท ระดับประกวด 15,000 บาท ขึ้นไป

ร็อตต์ไวเลอร์ (Rottweller)
สุนัขพันธุ์นี้มีถิ่นกำเนิดจากประเทศเยอรมนี มีสีดำ มีแต้มด่างสีน้ำตาลเด่นชัด บริเวณขอบตา ปาก หน้าอก ขาท่อนล่าง และใต้ฐานของหาง ขนสั้น เป็นสุนัขที่มีกล้ามเนื้อชัดเจน ร็อตต์ไวเลอร์ในปัจจุบันได้รับการปรับปรุงสายพันธุ์จนได้ชื่อว่าเป็น สุนัขที่มีความฉลาด ชอบการสัมผัสอย่างทะนุถนอม และสามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว หากได้รับการฝึกฝนที่ดี จะเป็นสุนัขที่เชื่อฟังคำสั่ง ใจเย็น เป็นทั้งเพื่อนและยามที่ดีของครอบครัว ด้วยลักษณะภายนอก ความแข็งแรง ความฉลาดของสุนัขพันธุ์นี้ เหมาะสำหรับผู้เลี้ยงปศุสัตว์ เพราะมีพื้นที่ให้สุนัขออกกำลังกายได้มากกว่า แต่ก่อนเลือกซื้อ ผู้เลี้ยงควรตัดสินใจให้รอบคอบก่อนว่าเหมาะกับตนหรือไม่ ศึกษาสายพันธุ์ที่ดีเพราะอาจกลายเป็นสุนัขที่ก้าวร้าวเกินควบคุม ราคาจำหน่ายลูกสุนัข ระดับประกวด 10,000 บาท ขึ้นไป ระดับเลี้ยงเล่น 4,000-10,000 บาท

บูลล์ด็อก (Bulldog)
เห็นรูปร่างตันๆ กำยำ ดูแข็งแรงอย่างนี้ แต่เป็นที่โปรดปรานของผู้เลี้ยงสุนัขพอสมควร มีถิ่นกำเนิดจากประเทศกรีก ในอดีตเป็นสุนัขที่ใช้ต่อสู้กับวัวซึ่งถือเป็นกีฬาชนิดหนึ่งในสมัยนั้น แต่ต่อมากีฬาสู้วัวถือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย จึงเกิดการพัฒนาสายพันธุ์ให้มีเลือดนักสู้ลดลง จนกลายเป็นสุนัขที่กล้าหาญแต่วางใจได้ ไม่ดุร้ายเหมือนรูปร่าง นิยมสีน้ำตาลลูกวัว ผู้เลี้ยงอาจต้องทำใจไว้ด้วยว่า ตัดสินใจเลี้ยงสุนัขที่นอนกรน และต้องระวังเรื่องอากาศร้อนเป็นพิเศษ ราคาจำหน่ายระดับสุนัขเลี้ยงทั่วไป เริ่มต้นที่ 10,000 บาท หากเป็นบูลล์ด็อกระดับประกวด 15,000 บาท ขึ้นไป
   


ยอร์กไชร์เทอร์เรีย(Yorkshire Terrier)
สุนัขตัวน้อย ขนยาว เส้นบาง มันวาวสลวย มีถิ่นกำเนิดในประเทศอังกฤษ ถือว่าเป็นสุนัขสวยงามมาก เป็นสัตว์เลี้ยงที่มีชีวิตชีวา รักเจ้าของ ขี้ประจบ สามารถปรับตัวให้เข้ากับชีวิตสังคมเล็กๆ เช่นในอพาร์ตเม้นต์ได้ดี ลักษณะทั่วไป สี มี สีบนตัว สีน้ำตาลทองจะมีอยู่บนใบหน้า และจะมีสีน้ำตาลทองที่ส่วนปลายหัว สุนัขพันธุ์นี้ไม่เหมาะกับผู้ที่ไม่ค่อยมีเวลา เพราะต้องดูแลเรื่องขนเป็นพิเศษ เป็นสุนัขที่ให้ลูกยาก ราคาจำหน่าย ระดับเลี้ยงเล่นทั่วไป ประมาณ 8,000 - 20,000 บาท มากกว่านั้นเป็นสุนัขในระดับประกวด
    



บีเกิ้ล (Beagle)
สุนัขล่ากระต่ายในอดีต มีหูที่ยาวปรกลง มีทั้งพันธุ์ธรรมดา เป็นสุนัขรักสันติ รักเด็ก ไม่เพียงเป็นสุนัขล่าสัตว์อย่างกระต่ายในอดีต ในหลายร้อยปีก่อนบีเกิ้ลยังถูกนายพรานควบคุมเป็นฝูง เพื่อนำไปล่าหมาป่า กวาง แต่ในระยะหลังใช้บีเกิ้ลเป็นสุนัขคาบนกที่เจ้าของล่าได้ เนื่องจากบีเกิ้ลสืบสายพันธุ์มาจากสุนัขดมกลิ่น ประสาทในการรับกลิ่นดีเยี่ยม แต่สำหรับผู้เลี้ยงสุนัขพันธุ์นี้ คงไม่ดีแน่หากหวังจะใช้เป็นสุนัขเฝ้าบ้าน เพราะความเป็นสุนัขสังคม ไม่ชอบยึดอยู่กับสิ่งใดเพียงสิ่งเดียว อาจทำให้บีเกิ้ลหงุดหงิดได้ง่าย บีเกิ้ลจึงเหมาะที่จะเลี้ยงไว้เพื่อสร้างมิตรภาพกับบุลคลในครอบครัวมากกว่า ขนาดกะทัดรัด รูปร่างแข็งแรง ราคาจำหน่าย ระดับประกวด 15,000 บาท ขึ้นไป ระดับเลี้ยงเล่น ประมาณ 10,000-15,000 บาท
  

10 ชิวาวา (พันธุ์ขนเรียบ),(Chihuahua smooth coat)
ยังคงครองอันดับ 10 อย่างอยู่ตัว ตั้งแต่ ปี 2545 เป็นสุนัขพันธุ์เล็ก ขนาดพกพา ตาโต ถิ่นกำเนิดมาจากประเทศเม็กซิโก อดีตเป็นสัตว์ที่เป็นอาหารและถูกบูชายัญ มีสองสายพันธุ์คือ พันธุ์ขนเรียบและพันธุ์ขนยาว สุนัขพันธุ์นี้หลายคนต่างหลงใหลเพราะเป็นสุนัขที่ซื่อสัตย์ มีเสน่ห์ ขี้ประจบ เป็นสุนัขเฝ้าระวัง เตือนภัยได้ดี เหมาะสำหรับบ้านที่มีพื้นที่ไม่มาก แต่ไม่ชอบอากาศเย็น ราคาจำหน่าย ทั่วไปเริ่มต้นที่ 4,000-10,000 บาท ระดับประกวด ราคา 10,000 บาท ขึ้นไป ...ส่วนสุนัขพันธุ์ไทยอย่าง ไทยหลังอานและไทยบางแก้ว ก็เริ่มยกอันดับตัวเองขึ้นมาเช่นกัน ปัจจุบัน ไทยหลังอานอยู่ในอันดับที่ 13 ส่วนไทยบางแก้ว อยู่ในอันดับที่ 17 ทั้งนี้ ยังมีสุนัขอีกจำนวนมากที่อยู่นอกการจดทะเบียน...
 


แต่ละตัวน่ารักๆทั้งนั้นเลย  สุนัขที่เพื่อนเลี้ยงติดอันดับกันบ้างรึเปล่า ?

สุนัข 5 สายพันธุ์ แสนรู้

 
บอร์เดอร์ คอลลี่

1. บอร์เดอร์ คอลลี่
เจ้าตูบตัวนี้จะอยู่ไม่สุข ถ้าเราไม่มอบหมายงานให้มันทำ และด้วยความฉลาดเป็นอันดับหนึ่ง มันจึงถูกฝึกในงานยาก ๆ ที่ต้องใช้ทั้งความว่องไวและวินัย แถมยังเลี้ยงแกะได้เป็นที่หนึ่ง




 
พุดเดิ้ล

2. พุดเดิ้ล
พูเดิ้ลพันธุ์มาตรฐานนั้นฉลาดมาก ๆ และก็ฝึกง่าย พวกมันชอบอยู่ใกล้ ๆ คน เป็นสุนัขเฝ้าบ้านที่ดี และบางตัวอาจถูกฝึกให้ช่วยล่าสัตว์ได้ด้วยซ้ำ โดยรวมแล้วถือเป็นน้องหมาที่มีความสุขและเซนซิทีฟพอสมควรเลยล่ะ









3. เยอรมันเชพเพิร์ด
ในหมู่สุนัขด้วยกัน สายพันธุ์นี้ขึ้นชื่อเรื่องความกล้าหาญ จงรักภักดี แถมยังฉลาดไม่แพ้ใคร เราจึงมักจะเห็นมันรับหน้าที่สำคัญอย่างเป็นสุนัขตำรวจหรือสุนัขตรวจหาสิ่ง เสพติด



โกลเด้น รีทรีฟเวอร์

4. โกลเด้น รีทรีฟเวอร์
หนึ่งในน้องหมาที่คนนิยมมากที่สุดในโลก ทั้งซื่อสัตย์ อดทน เข้ากับเด็ก ๆ ได้ดี กระตือรือร้น มีวินัย ฝึกง่าย



 
โดเบอร์แมน พินสเซอร์



5. โดเบอร์แมน พินสเซอร์
เห็นหน้าดุ ๆ แต่โดเบอร์แมนก็ซื่อสัตย์ มันชอบทำงาน และมีความอดทนสุด ๆ บางตัวที่ค่อนข้างเชื่องก็อาจถูกนำมาฝึกเป็นสุนัขที่ใช้ในการบำบัด และเจ้าดำของคุณจะไม่ดุร้าย แต่เชื่อใจได้เสมอ เรื่องเฝ้าบ้านและปกป้องเจ้านาย

วันพุธที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2556

สุนัขที่ราคาแพงที่สุด

1.Tibetan Mastiff (ธิเบตัน มาสทิฟ) 
เป็นสุนัขสายพันธุ์ที่ใหญ่บิ๊กเบิ้มมาก สุนัขสายพันธุ์นี้ทั่วโลกรู้จักในฉายา Big Splash ลักษณะนิสัยของสุนัขพันธุ์นี้คือซื่อสัตย์ สงบ และมีอัธยาศัยดี  ราคาอยู่ที่ $2.200 - $7.000 หรือประมาณ 70,000 – 245,000 บาทไทย มาสทิฟสายพันธุ์ธิเบตที่ตัวใหญ่ที่สุดเมื่อยืนจะสูง 31 นิ้ว และมีน้ำหนักมากสุดสูงถึง 100 กิโลกรัมเลยทีเดียว บางตัวมีราคาสูงถึง $1,500,000 หรือประมาณ 52,500,000 บาทไทยเลย  


2. French Mastiff (เฟรนช์ มาสทิฟ) 
มาสทิฟเป็นสุนัขที่รูปร่างสูง สง่างาม และแข็งแรง โดยปกติเมื่อสุนัขยืนจะมีความสูง 24 นิ้ว และน้ำหนักมากกว่า 45 กิโลกรัม เป็นที่นิยมของมหาเศรษฐี ซึ่งการเลี้ยงสุนัขพันธุ์นี้จะบ่งบอกถึงฐานะ และรสนิยมของผู้เลี้ยง
ราคาอยู่ที่ $3,000 หรือประมาณ 150,000 บาทไทยเฟรนช์ 

3. Pembroke Welsh Corgi (เพ็มโบรค เวลช์ คอร์กี้)
เพ็มโบรค เวลช์ คอร์กี้ หรือ คอร์กี้ ที่เรารู้จักกันเป็นสุนัขสายพันธุ์ราชวงศ์อังกฤษ สุนัขสายพันธุ์นี้มีชื่อเสียงมากเพราะเป็นที่โปรดปรานของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษ ราคาของเจ้าคอร์กี้นี้อาจจะมากกว่าหรือน้อยกว่านี้ ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ และสายเลือดของมันราคาอยู่ที่ 
$1,000 หรือประมาณ 35,000 บาทไทย


4. Saluki (ซาลูกิ) 
ราคาอยู่ที่ $2,500 หรือประมาณ 87,500 บาทไทยซาลูกิ หรือที่เรารู้จักในนาม อาราเบียน กาเชล ฮาวด์ (Arabinan Gazelle Hound) เป็นสุนัขล่าเนื้อพันธุ์หนึ่งของอียิปต์ ลักษณะผอม สูง ขายาว หน้าแหลม หูเป็นขนคล้ายพู่ สง่างาม เป็นที่นิยมมาก ราคาขึ้นอยู่กับลักษณะ และขนของมัน

5. Chow Chow (เชา เชา)
เป็นสุนัขที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน มันมีฉายาที่ผู้คนทั่วโลกต่างขนานนามคือ สิงโต นั่นก็เพราะเชาเชาเป็นสุนัขที่มีพละกำลังเยอะ คล่องแคล่วว่องไว ตัวอ้วนกลม ตื่นตัวอยู่เสมอ มีขนหนารอบคอ สง่างาม มีความเป็นมิตร อัธยาศัยดี จุดเด่นของสุนัขสายพันธุ์นี้คือ ลิ้นของมันซึ่งจะมีสีเทาไปถึงดำ ส่วนสีขนที่ได้รับความนิยมคือ สีดำ น้ำตาล แดง
ราคาอยู่ที่ $1,000-$8,500 หรือประมาณ 35,000 - 297,500 บาทไทยเชาเชา 


6. Egyptian Pharaoh Hound (อียิปต์ ฟาโรห์ ฮาวด์)
ต้นสายพันธุ์ของสุนัขอียิปต์ ฟาโรห์ ฮาวด์เป็นสุนัขล่าสัตว์ สุนัขพันธุ์นี้ขึ้นชื่อเรื่องความซื่อสัตย์เป็นที่สุด เป็นสุนัขสายพันธุ์หายาก ลักษณะผอมบาง ปราดเปรียว กระฉับกระเฉง มีหูเหมือนค้างคาว เหมาะที่จะเลี้ยงในพื้นที่กว้าง โล่ง
ราคาอยู่ที่ $2,500-$6,500 หรือประมาณ 87,500 - 227,500 บาทไทย


7.Old English Bulldog (โอลด์ อิงลิช บูลด็อก) 
โอลด์ อิงลิช บูลด็อกมีลักษณะเด่นที่ใบหน้า คือหน้าของสุนัขพันธุ์นี้จะย่นย้อย สีหน้าของเจ้าโอลด์ อิงลิช บูลด็อกจะดูไม่พอใจ และยากที่จะเข้าใจตลอดเวลา แต่ความจริงแล้วสุนัขสายพันธุ์นี้เป็นสุนัขที่อ่อนหวาน ขี้เล่น และจริงใจ โอลด์ อิงลิช บูลด็อกได้กลายเป็นที่นิยมอย่างมากในช่วงปีที่ผ่านมา
ราคาอยู่ที่ $2,500- $9,000 หรือประมาณ 87,500 – 315,000บาทไทย

8. Canadian Eskimo Dog (แคนนาเดียน เอสกิโม ด็อก) 
 เป็นสุนัขสายพันธุ์หนึ่งที่หายากมาก มีจำนวนน้อยกว่า 500 ตัวในทวีปอเมริกาเหนือ แคนนาเดียน เอสกิโม เป็นสุนัขที่เหมาะสำหรับการผจญภัย แต่ไม่เหมาะอยู่ในพื้นที่ที่มีอากาศร้อน เพราะมันเป็นสุนัขที่ขี้ร้อนมาก
ราคาอยู่ที่ $7,000 หรือประมาณ 245,000 บาทไทยแคนนาเดียน เอสกิโม

9. Lowchen (โลเชน) 
ในอดีตสุนัขพันธุ์นี้เป็นพันธุ์ที่ชนชั้นสูงในยุโรปเลี้ยงกัน มันมีลักษณะคล้ายสิงโตจึงมีฉายาว่า สิงโตน้อย โลเชนเป็นสุนัขที่มีขนาดตัวเล็ก กะทัดรัด มีขนยาว และนุ่ม สีขนจะแตกต่างกันออกไป โลเชนเป็นสุนัขที่อารมณ์ดี เป็นมิตร มีชีวิตชีวา และร่าเริง
ราคาอยู่ที่ $5,000-$8,000 หรือประมาณ 150,000 – 280,000 บาทไทย


10. Cavalier King Charles Spaniel (คาวาเลียร์ คิง ชาร์ลส์ สแปเนียล)
คาวาเลียร์ คิง ชาร์ลส์ สแปเนียล เป็นพันธุ์สุนัขขนาดเล็กที่มีลักษณะเหมือนตุ๊กตา ขนยาวปานกลาง มีหูยาวและขนหยิก ชื่อของสายพันธุ์ตั้งตาม พระเจ้าชาลส์ที่ 2 แห่งประเทศอังกฤษ สุนัขพันธุ์นี้มีนิสัยเป็นมิตร และเข้ากับเด็กๆ ได้ดี
ราคาอยู่ที่ $1,000-$14,000 หรือประมาณ 35,000 – 490,000 บาทไทย

11. German Shepard (เยอรมันเชฟเฟิร์ด) 
เยอรมันเชฟเฟิร์ดเป็นอีกหนึ่งในสายพันธุ์ที่นิยมมากที่สุด เยอรมันเชฟเฟิร์ดเป็นที่ต้องการจึงทำให้สุนัขพันธุ์นี้มีราคาแพง และด้วยลักษณะนิสัยที่เป็นมิตร ร่างกายที่แข็งแรงจึงนำไปฝึกเป็นสุนัขตำรวจ โดยสุนัขสายพันธุ์นี้ถ้าผ่านการฝึกแล้วจะมีราคาสูงถึง $50,000 หรือประมาณ 1,750,000 บาทไทย เลยทีเดียวจ้า
ราคาอยู่ที่ $1,000 หรือประมาณ 35,000 บาทไทย


12. Samoyed (ซามอยด์)
ซามอยด์ เป็นสุนัขหน้ายิ้ม มีความเป็นมิตร ทำหน้าที่เห่าเตือนเป็นสุนัขเฝ้ายามที่ดี สายพันธุ์นี้นิยมนำไปฝึกเป็นนักแสดง และเป็นสัตว์เลี้ยงที่ดูทันสมัย ถ้าเป็นสุนัขสายพันธุ์ดี สายพันธุ์แท้ ราคาจะสูงถึง $11,000 หรือประมาณ 385,000 บาทไทย
ราคาอยู่ที่ $4,000-$11,000 หรือประมาณ 140,000 - 385,000 บาทไทย
ที่มา : http://www.dogilike.com